ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอร์รี่ เบอร์รีสีเหลือง ประโยชน์ล้นเหลือ



    โทงเทงฝรั่งหรือเคพกูสเบอร์รี่ (Cape Gooseberry) เป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รีที่ให้รสหวานและเปรี้ยว พร้อมกับกลิ่นหอมที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น โทงเทงฝรั่งเป็นเบอร์รีลูกกลมและมีสีเหลืองดูแตกต่างจากเบอร์รีที่หลายคนคุ้นเคย นอกจากรูปร่างและรสชาติที่โดดเด่น เบอร์รีชนิดนี้ยังแฝงไปด้วยประโยชน์ต่อสุขภาพที่หลากหลาย

    เคพกูสเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างวิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเบต้าแคโรทีน (Beta Carotene) และลูทีน (Lutein) สารอาหารที่พบในเบอร์รีสีเหลืองชนิดนี้อาจช่วยรักษาการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติและช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงขึ้นด้วย

    ประโยชน์ของเคพกูสเบอร์รี่ต่อสุขภาพ

    สารอาหารที่พบในเคพกูสเบอร์รี่ล้วนเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย การได้รับในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำอาจช่วยเสริมสุขภาพในด้านต่อไปนี้

    1. สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง
    พืชตระกูลเบอร์รีมักมาพร้อมกับวิตามินซีในปริมาณสูง เคพกูสเบอร์รี่ก็เช่นเดียวกัน หลายคนอาจทราบหรือเคยได้ยินว่าวิตามินซีช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งระบบภูมิคุ้มกันเป็นระบบสำคัญของร่างกายที่ทำหน้าที่ต่อต้านสิ่งแปลกปลอม ทั้งเชื้อโรค สารก่อภูมิแพ้ และสารพิษ ดังนั้น ระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงจึงช่วยให้ร่างกายรับมือกับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้ได้ดีขึ้น

    ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการศึกษาจำนวนมากเกี่ยวกับสรรพคุณของวิตามินซีต่อระบบภูมิคุ้มกัน โดยผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์จำนวนไม่น้อยที่ชี้ว่า การได้รับวิตามินซีช่วยเสริมคุณสมบัติของระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม ทั้งภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity) และภูมิคุ้มกันจำเพาะ (Adaptive immunity) ที่ร่างกายสร้างขึ้นหลังจากการติดเชื้อ

    การได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพออาจช่วยให้ร่างกายรับมือกับสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย ทั้งเชื้อชนิดใหม่และเชื้อชนิดเดิมได้ดียิ่งขึ้น

     สำหรับคุณสมบัติของวิตามินซีต่อโรคหวัด การศึกษาชี้ว่าวิตามินซีไม่ได้ช่วยป้องกันการติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคหวัดแต่อย่างใด แต่วิตามินซีอาจช่วยบรรเทาความรุนแรงจากโรคหวัด รวมทั้งลดระยะเวลาการเจ็บป่วยจากโรคนี้ได้

    โดยผู้เชี่ยวชาญให้ข้อมูลว่า ผู้ที่ต้องการเติมสารอาหารให้ร่างกาย ควรเลือกจากการทานผักผลไม้ก่อนการทานอาหารเสริม เพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงของการทานอาหารเสริมมากเกินไป เคพกูสเบอร์รี่จึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สามารถช่วยเติมวิตามินซีที่มีประโยชน์ให้กับร่างกาย

    2. ต้านการอักเสบและการเสื่อมของเซลล์ที่อาจนำไปสู่โรค
    การอักเสบและการเสื่อมของเซลล์ภายในร่างกายเป็นปัจจัยของโรคเรื้อรังหลายโรค อย่างโรคหัวใจ โรคเบาหวาน หรือโรคมะเร็ง ซึ่งการอักเสบและการเสื่อมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น การบาดเจ็บ การเจ็บป่วย และปริมาณของอนุมูลอิสระที่สูงขึ้น

    อนุมูลอิสระหรือ Free radicals เป็นสารที่พบได้ในร่างกายมนุษย์ ส่วนหนึ่งมาจากกระบวนการต่าง ๆ ในร่างกาย อีกส่วนหนึ่งเกิดจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก เช่น มลพิษ ควันบุหรี่ สารเคมี แสงยูวี และความเครียด ตามปกติแล้ว ร่างกายจะมีความสมดุลระหว่างอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ แต่เมื่ออนุมูลอิสระมีจำนวนมากเกิน สมดุลนี้จะเสียไปและอาจกระตุ้นให้เซลล์อักเสบ เซลล์เสื่อม และเซลล์เสียหายได้

    ดังนั้น การได้รับสารต้านอนุมูลอิสระเพิ่มมากขึ้นอาจช่วยคืนสมดุลระหว่างสองสารนี้ได้ ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระมาจากการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ โทงเทงฝรั่งก็เป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง โดยสารต้านอนุมูลอิสระที่พบได้ในเคพกูสเบอร์รี่

    - วิตามินซี สรรพคุณช่วยเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของวิตามินซีไม่เพียงช่วยต่อสู้กับเชื้อโรค และยังอาจช่วยลดการอักเสบของร่างกายที่เกิดจากการทำงานที่ของภูมิคุ้มกันด้วย อย่างผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ที่มีอาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งเกิดจากภูมิคุ้มกันตอบสนองมากกว่าปกติจนทำให้เยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ
    - จากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์บางส่วนอาจมีความเป็นไปได้ว่าการได้รับวิตามินซีในปริมาณที่เหมาะสมอาจลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคมะเร็งที่มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการอักเสบ แต่ข้อสันนิษฐานนี้จำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติม
   - เบต้าแคโรทีนและลูทีนเป็นสารสีที่มักพบในผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม และสีแดง รวมถึงในโทงเทงฝรั่งด้วย เบต้าแคโรทีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มแคโรทีนอยด์ (Caroteniods) ที่ขึ้นชื่อเรื่องบำรุงสุขภาพดวงตา

    โดยสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่มนี้อาจชะลอการเสื่อมของเซลล์ดวงตาจึงอาจช่วยความเสี่ยงของโรคจอประสาทตามเสื่อมที่มีสาเหตุจากวัยหรือ AMD (Age-related Macular Degeneration) ซึ่งเป็นโรคที่หากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้ตาบอดได้

    นอกจากนี้ ยังมีการทดลองเกี่ยวกับสารสกัดจากเคพกูสเบอร์รี่ถึงสรรพคุณการต้านอักเสบของลำไส้ในสัตว์ทดลอง ผู้ทดลองพบว่าสารสกัดจากเคพกูสเบอร์รี่ช่วยยับยั้งการทำงานของมาโครฟาจ (Macrophage) ซึ่งเป็นเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ช่วยกำจัดสิ่งแปลกปลอม แต่เมื่อมาโครฟาจมีจำนวนมากขึ้น การอักเสบของเซลล์ก็จะรุนแรงขึ้นด้วย

    ด้วยผลลัพธ์นี้ ผู้ทดลองจึงคาดว่าสารสกัดจากเคพกูสเบอร์รี่อาจเป็นประโยชน์ต่อการรักษาผู้ป่วยในกลุ่มโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease: IBD) ที่เกิดจากการอักเสบภายในลำไส้โดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม การทดลองนี้เป็นการทดลองในสัตว์เท่านั้นจึงจำเป็นต้องได้รับการศึกษาในมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันสรรพคุณต้านอักเสบของสารสกัดชนิดนี้

    3. บำรุงกระดูกให้แข็งแรง
    นอกจากเคพกูสเบอร์รี่จะอุดมไปด้วยวิตามินที่เสริมสร้างระบบต่าง ๆ ให้สุขภาพดี แต่เคพกูสเบอร์รี่ยังมีสารอาหารที่ช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง อย่างวิตามินเคในปริมาณที่ค่อนข้างสูงและมีแคลเซียมในปริมาณเล็กน้อย

    กระดูกของคนเราสร้างมาจากมวลของแร่ธาตุที่อัดแน่น แคลเซียมก็เป็นแร่ธาตุสำคัญที่อยู่ภายในมวลกระดูก ส่วนวิตามินเคเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อกระบวนการย่อยและดูดซึมแร่ธาตุกลับเข้าสู่กระดูก ซึ่งช่วยให้กระดูกมีมวลเพิ่มขึ้นและแข็งแรงมากขึ้น

    นอกจากสรรพคุณเหล่านี้แล้ว เคปกูสเบอร์รี่ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อีกหลายชนิด อย่างใยอาหาร วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัสที่จำเป็นต่อการทำงานของร่างกาย

   ประโยชน์ของสารอาหารจากเคพกูสเบอร์รี่ที่ได้พูดไปในข้างต้น เป็นเพียงข้อมูลงานวิจัยและหลักฐานการทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น และงานวิจัยไม่ได้ศึกษาจากสารอาหารที่สกัดมาจากเคพกูสเบอร์รี่โดยตรง แต่เป็นการศึกษาสารอาหารจากหลาย ๆ แหล่งที่มา จึงยังจำเป็นต้องได้รับการศึกษาเพิ่มเติมอีกมากเพื่อยืนยันคุณประโยชน์ต่อสุขภาพที่แน่นอน

    เคพกูสเบอร์รี่สามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัยในปริมาณที่เหมาะสม และยังเสริมสารอาหารอื่น ๆ ให้กับร่างกายอีกด้วย แต่ไม่ควรรับประทานเคพกูสเบอร์รี่ที่ยังไม่สุกดี เพราะอาจมีสารพิษที่ทำให้เกิดความผิดปกติเกี่ยวกับลำไส้และระบบทางเดินอาหารอย่างปวดท้อง ถ่ายเหลว หรือปวดตามข้อได้ และเพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น ควรล้างเคปกูสเบอร์รี่เพื่อขจัดสิ่งสกปรกและสารเคมีออกก่อนนำมารับประทานและประกอบอาหาร
พบแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: