ลดน้ำหนัก แต่งหน้า เคล็ดลับแต่งหน้า เทรนด์แฟชั่น

นม เครื่องดื่มที่ควรมีติดไว้ทุกบ้าน



    นมเป็นเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ทุกเพศทุกวัยดื่มได้ และมีให้เลือกหลากหลายประเภท มารู้วิธีการเลือกซื้อนมให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง วิธีเก็บรักษานมประเภทต่างๆกันเถอะ !

    วิธีเลือกซื้อนม

    - ตรวจสอบผลิตภัณฑ์นม โดยอ่านข้อมูลบนฉลาก ดื่มเปรียบเทียบหลายยี่ห้อเพื่อให้เจอที่ถูกใจ

    - สังเกตฉลาก ข้อมูลต้องครบถ้วน ได้แก่ ชื่ออาหาร, ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต, ผู้แบ่งบรรจุ, ปริมาณสุทธิ, ส่วนประกอบสำคัญ, วันเดือนปีที่ผลิต และวันเดือนปีที่หมดอายุ

    - ภาชนะบรรจุต้องสภาพเรียบร้อย ไม่รั่ว ไม่ซึม ไม่บวม ไม่ฉีกขาดเลือกนมที่มีเครื่องหมายของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) เท่านั้น

    - เลี่ยงการซื้อนมจากร้านค้าที่จำหน่ายแบบไม่เหมาะสม คือ ตู้แช่ หรือสถานที่เก็บไม่ได้มาตรฐาน

    เก็บรักษานมแต่ละประเภท

    - นมพาสเจอร์ไรส์ ซื้อมาแล้วเก็บในตู้เย็นทันที ดื่มแล้วเหลือก็ให้เก็บในตู้เย็น เก็บได้นานประมาณ 10 วันที่อุณหภูมิ 2-5 °C นับจากวันที่บรรจุ ในกรณีที่ต้องการเก็บไว้ดื่มอีก ควรเทแบ่ง ไม่ดื่มจากภาชนะบรรจุโดยตรง ซึ่งจะทำให้นมบูดง่าย


    - นมยูเอชที เก็บไว้ที่อุณหภูมิปกติไม่ควรให้โดนแดดโดยตรง ไม่เก็บซ้อนหลายชั้นเกินไป เก็บได้นานประมาณ 6 เดือน

    - นมเปรี้ยว ควรเก็บในตู้เย็น เก็บได้นานกว่านมประเภทอื่น

    - นมเปรี้ยวพร้อมดื่มพาสเจอร์ไรส์ ถ้าเก็บในอุณหภูมิ 10-12 °C จะเก็บได้นานถึง 21 วัน

    - นมเปรี้ยวพร้อมดื่มยูเอชที เก็บได้ประมาณ 8 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็น

    - นมสเตอริไลซ์ (กระป๋อง) เก็บได้นานประมาณ 12 เดือน โดยไม่ต้องแช่เย็นแต่ไม่ควรให้โดนแดดโดยตรง

    นมพร่องมันเนยต่างกับนมขาดมันเนยอย่างไร?

    นมพร่องมันเนย เป็นนมที่รีดจากแม่วัว และแยกมันเนยออกเพียงบางส่วนมีส่วนประกอบของไขมันไม่เกิน 15% เหมาะสำหรับคนทีมี่ไขมันในเลือดสูงหรือ ผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ส่วนนมขาดมันเนย เป็นนมที่รีดจากแม่วัว และแยกมันเนยออกเกือบหมดเรียกกันว่า “หางนม” เป็นนมที่มีสารอาหารครบทุกตัวยกเว้นไขมันและวิตามินบางชนิด ที่ละลายในไขมัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งนมทั้งสองประเภทไม่เหมาะสำหรับเด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ปี เพราะการเจริญเติบโตของสมองจำเป็นต้องใช้ไขมันเป็นองค์ประกอบร่วมด้วย
สสส.


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: