ข่าวล่าสุด

:

กรมอุตุฯเผย ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ ทำให้พยากรณ์ฝนยากมากขึ้น

ฝนตก

ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา วิเคราะห์สถานการณ์ลานิญาในไทย กับปรากฎการณ์ฝนตกแบบผิดปกติจากความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อนที่พบชัดเจนในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

สำนักข่าวไทยพีบีเอส สัมภาษณ์สมควร ตันจาน ผอ.ส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา ถึงความอากาศแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในไทย ที่ยอมรับว่า “การพยากรณ์ฝนยังยาก เพราะตอนนี้ฝนตกไม่มีรูปแบบ ไม่เหมือนรูปแบบเดิม เช่น พยากรณ์ 24 ชม.ว่า กทม.ไม่มีฝนเช้ามาแดดเปรี้ยง ตกเย็นฝนมาหนัก บางแห่งพื้นที่ใกล้กันแต่ปริมาณฝนต่างกันสิ้นเชิง”

เขาขยายความว่า ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ จากภาวะโลกร้อนที่ทั่วโลกกำลังเผชิญอยู่ ซึ่งในฐานะนักอุตุนิยมวิทยา ยอมรับว่าจะทำให้การพยากรณ์ยากขึ้น แม้จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ และเทคโนโลยีที่ดีขึ้น แต่นั่นหมายถึงเทคโนโลยีเหล่านั้นต้องฉลาดมาก

“ตอนนี้ฝนตกไม่มีรูปแบบ บางทีตกแช่ ตกหนักอยู่จุดเดียว เช่น ฝนตกที่จ.สกลนคร วัดได้ 134 มม. แต่ที่หนองคาย ตกแค่ 7 มม. ห่างกันอย่างสิ้นเชิง”

นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตจากพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งพบว่าพายุไม่น่าจะพัฒนาเร็วมาก และโตภายใน 12 ชั่วโมง แต่พบพัฒนาเป็นโซนร้อนและพาฝนมาตกแช่อยู่แถว อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี “กรณีพายุเตี้ยนหมู่ อาจต้องเป็นกรณีศึกษาเกี่ยวกับปัจจัยที่ทำให้พายุพัฒนาไว แรง และทำให้ตกหนักแช่จุดเดียวจนเกิดภาวะน้ำท่วมในพื้นที่จ.ลพบุรี และใกล้เคียง”

ไทยเจอลานิญาอ่อน-ฝนตกหนักโซนภาคใต้

นายสมควร บอกว่า จากการติดตามอุณหภูมิผิวน้ำทะเล และระบบการหมุนเวียนบรรยากาศบริเวณตอนกลาง และด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเขตศูนย์สูตร พบว่าประเทศไทยมีโอกาสเจอปรากฎการณ์ลานิญาแบบอ่อนในช่วงพ.ย.-ธ.ค.นี้ หมายความว่า ปริมาณฝนจะมีค่าสูงกว่าค่าปกติเล็กน้อย และอุณหภูมิจะลดลง


อีก 1 เดือนไทยจะเผชิญลานิญาอ่อนๆในช่วงที่เข้าช่วงฤดูหนาว จะมีฝนตกมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคใต้ฝั่งตะวันออก จะกระทบโดยตรง เพิ่มความถี่ของจำนวนวันที่ฝนตกเพิ่ม ซึ่งปกติลานิญาอ่อนๆจะดึงลมได้ดีกว่า อากาศหนาวเย็นจะเพิ่มขึ้น ในพื้นที่ภาคเหนือ และอีสานโดยเฉพาะยอดดอย ยอดภู

ผอ.กองพยากรณ์อากาศ กล่าวอีกว่า จากการติดตามลักษณะปรากฎการณ์เอลนิโญ และลานิญาในบ้านเรา เริ่มพบความผิดปกติเกิดขึ้น ซึ่งอดีตการคาดการณ์ค่าอุบัติซ้ำของปรากฎการณ์บางครั้งหลายปีจะเจอวงรอบ แต่นับตั้งแต่ปี 2560-64 เริ่มพบเอลนิโญ่ และลานิญาแทบจะสลับกัน และบางปีก็พบเอลนิโญ่ต้นปี ปลายปีเจอลานิญา

“สถิติย้อนหลังในช่วง 5-6 ปีมานี้พบว่าบางปีไทยเจอเอลนิโญคือแห้งแล้งสุดๆ ส่วนปีถัดมาเจอลานิญา ฝนตกหนักน้ำท่วม สลับกันแบบนี้ ความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศจากภาวะโลกร้อน จะทำให้คาดการณ์ค่าอุบัติซ้ำ การพยากรณ์อากาศทำได้ยากขึ้น”

ทั้งนี้ "ลานิญา" คือปรากฏการณ์ที่กลับกันกับเอลนิโญ กล่าวคือ อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าต่ำกว่าปกติ เนื่องจากลมค้าตะวันออกเฉียงใต้มีกำลังแรงมากกว่าปกติ จึงพัดพาผิวน้ำทะเลที่อุ่นจากตะวันออกไปสะสมอยู่ทางตะวันตกมากยิ่งขึ้น

ทำให้บริเวณดังกล่าวซึ่งเดิมมีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและระดับน้ำทะเลสูงกว่าทางตะวันออกอยู่แล้วยิ่งมีอุณหภูมิและระดับน้ำทะเลสูงขึ้นไปอีก ปรากฏการณ์ลานีญาเกิดขึ้นได้ทุก 2–3 ปี และปกติจะเกิดขึ้นนานประมาณ 9–12 เดือน แต่บางครั้งอาจปรากฏอยู่ได้นานถึง 2 ปี

สำหรับประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยา บันทึกว่าในระยะ 50 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่ พ.ศ.2494 – 2543) มีปรากฏการณ์ลานีญาเกิดขึ้น 9 ครั้ง มีช่วงลานิญาเกิดขึ้นรุนแรง 2531-2532 และ2538 และใน พ.ศ. 2542-2543

ที่มา  thaipbs

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: