ข่าวล่าสุด

:

Facebook-Ig ล่ม กับประเด็นการหากำไรจากความเกลียดชัง

Facebook

หลังจากเกิดเหตุการณ์แอปพลิเคชั่น Facebook, Instragram รวมถึง WhatsApp ระบบล่มไปในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ของวันที่ 4 ตุลาคมต่อเนื่องมาจนช่วงเช้าวันนี้ นานประมาณ 6 - 7 ชั่วโมง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องดังกล่าวนี้มากมาย แล้วเหตุแอปพลิเคชั่นระบบล่มเหล่านี้มีประเด็นใดที่ควรทราบ วันนี้เราได้รวบรวมมาให้ได้อัพเดทกัน

  คำชี้แจงจากสำนักงานใหญ่เฟสบุ๊ก - facebook

หลังเกิดเหตุแอปพลิเคชั่น Facebook, Instragram และ WahtsApp ล่ม ทางสำนักงานใหญ่เฟสบุ๊กก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขาออกมาชี้แจงถึงเหตุการณ์นี้ ผ่านแอปพลิเคชั่นทวิตเตอร์ - twitter ว่า เหตุระบบล่ม สืบเนื่องมาจากความขัดข้องของการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของระบบ โดยทางเฟสบุ๊ก - facebook ยืนยันว่าไม่มีข้อมูลของบัญชีผู้ใช้งานรั่วไหลออกไปจากเหตุระบบล่มครั้งนี้อย่างแน่นอน

ส่วนทาง CEO เฟสบุ๊ก - facebook มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ได้ออกมาโพสต์ข้อความในช่วงเวลาเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม เพื่อขออภัยผู้ใช้งาน สำหรับกรณีที่แอปพลิเคชั่นใช้งานไม่ได้ โดยในช่วงเวลาที่โพสต์นั้นระบบกลับมาใช้งานออนไลน์ได้แล้วเช่นเดิม

  ผลกระทบลังเฟสบุ๊ก - Facebook ล่ม

แม้ผู้ใช้งานทั่วไปอาจจะหงุดหงิดใจไปบ้าง ที่ไม่สามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นที่ล่มเหล่านี้ติดต่อกับผู้อื่น แต่ส่วนนี้ก็ยังสามารถรอเวลากลับมาเล่นปกติ แต่อีกแง่มุมหนึ่งอาจมีผลกระทบที่มากกว่าความหงุดหงิด ยกตัวอย่าง เช่น อาชีพแม่ค้าขายของออนไลน์ อาชีพการเขียนคอนเทนต์ ดูแลแฟนเพจเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการทำงานของบางคนที่ใช้แอปพลิเคชั่นเหล่านี้เป็นสื่อกลางในการติดต่อทำงานได้

นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบไปในหลายกลุ่มทั้งกับผู้ใช้งานและเจ้าของบริษัทเอง เพราะรายงานจาก Bloombetg กล่าวว่า เพียงระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมงที่ระบบล่มไปก็สามารถส่งผลต่อ CEO Facebook มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ทำให้ความมั่งคั่งของเขาลดลงไปมากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ และชื่อของเขายังหลุดออกจากท็อป 5 ของการจัดอันดับบุคคลที่มีความร่ำรวยมากที่สุดในโลกจาก Forbes อีกด้วย

   ประเด็นเชื่อมโยงกับการออกมาแฉข้อมูลจาก Frances Haugen

ปัญหาของระบบแอปพลิเคชั่นต่างๆ ล่ม เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์ที่อยู่ภายในทีมต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณชนเฟสบุ๊ก- Facebook “แฟรนซิส เฮาเกน” เธอได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ 60 Minutes ของสถานีโทรทัศน์ CBS สหรัฐอเมริกา ในช่วงวันอาทิตย์ ที่ 3 ตุลาคม โดยมีประเด็นว่า เธอเป็นคนที่ปล่อยข้อมูลภายใน เพื่อสนับสนุนการสืบสวนเฟสบุ๊ก - Facebook ของ Wall Street Journal รวมถึงสภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเธอกล่าวหาว่าสื่ออนไลน์ระดับโลกนี้จัดลำดับความสำคัญของผลกำไรมากกว่าการจัดการควบคุมคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง และข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทั้งที่ทางเฟสบุ๊ก - facebook เคยให้คำมั่นต่อสาธารณชนว่าจะจัดการปัญหาเนื้อหากล่าวว่าร้าย การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ แต่ในความจริงแล้วกลับกลายเป็นมีการอาศัยอัลกอรึทึมในการส่งเสริมเนื้อหาที่สร้างความกลัว ความเกลียดชังในการหาประโยชน์ให้กับทางบริษัท และทางเฟสบุ๊ก - facebook ยังถูกใช้เพื่อเตรียมก่อการจราจลบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาของสหรัฐฯ ในวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมา หลังจากทางเฟสบุ๊ก - facebook เอง ได้ปิดระบบรักษาความปลอดภัยและหลังเลือกตั้งประธานาธิบดี


โดยช่วงที่ผ่านมาเธอเคยให้ทางทนายความยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐฯ ไปแล้วอย่างน้อย 8 ครั้งด้วยกัน
นอกจากนี้ทางรายงานจาก Wall Street Journal ยังกล่าวว่าอัลกอรึทึมของเฟสบุ๊ก - Facebook ปรับปรุงแก้ไขในปีพ.ศ. 2561 โดยเพิ่มการมองเห็นเนื้อหาที่สร้างความกลัว ความเกลียดชังของผู้ใช้ เพราะจะสามารถเพิ่มเวลาในการใช้งานเฟสบุ๊ก - Facebook ได้มากขึ้น และจะมการกดดูโฆษณาออนไลน์เพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเฟสบุ๊ก ข Facebook ก็จะทำเงินได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

   อดีตพนักงานแฉ เฟซบุ๊ก มุ่งหวังกำไรมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม

  ย้อนกลับไปในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ

ในช่วงเดือนกรกฏาคมที่พึ่งผ่านไปนานนี้ ก่อนที่ทางเฟสบุ๊ก - Facebook จะล่ม CEO เฟสบุ๊ก - facebook มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ให้สัมภาษณ์ว่าทางเฟสบุ๊กเองได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ใหม่ เปิดตัวทีม Metaverse Product Group ที่เน้นการสร้างคอนเทนต์โลกเสมือนจริง ผสานการทำงานระหว่างทีม Horizon ทีมโซเชียลแบบ VR และทีมคอนเทนต์จาก Facebook Gaming โดยทาง

จะเห็นได้ว่าเฟสบุ๊ก - Facebook นั้นมีทั้งข่าวที่ถูกโจมตีและข่าวการพัฒนาตัวเอง เราในฐานะหนึ่งในผู้ใช้งานควรที่จะระมัดระวังการใช้งานให้เกิดประโยชน์ และไม่หลงใช้ระยะเวลาออนไลน์อยู่ในแอปพลิเคชั่นนานจนเกิดผลเสียต่อตนเอง ควรจะใช้ทุกแอปพลิเคชั่นอย่างมีสติ


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: