ข่าวล่าสุด

:

อดีตพนักงานแฉ เฟซบุ๊ก มุ่งหวังกำไรมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวม

Frances Haugen                                    Photo : CBS

อดีตพนักงานเฟซบุ๊ก เปิดเผยในรายการ 60 Minutes ทางสถานีโทรทัศน์ CBS ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า บริษัท ให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าผลประโยชน์สาธารณะ

Frances Haugen อดีตผู้จัดการผลิตภัณฑ์เฟซบุ๊กวัย 37 ปีที่ทำงานในทีมต่อต้านการเผยแพร่ข้อมูลเท็จต่อสาธารณชน กล่าวว่า แพลตฟอร์มของตนถูกใช้เพื่อเผยแพร่ความเกลียดชัง ความรุนแรง และข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และบริษัทก็ได้พยายามซ่อนหลักฐานดังกล่าว ซึ่งมันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

มันคือผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างสิ่งที่ดีต่อสาธารณะกับสิ่งที่ดีสำหรับเฟซบุ๊ก และเฟซบุ๊กก็เลือกที่จะเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง

Scott Pelly จาก 60 Minutes อ้างเอกสารภายในเฟซบุ๊ก ฉบับหนึ่งว่า "เรามีหลักฐานจากแหล่งต่างๆ ว่าคำพูดแสดงความเกลียดชัง ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกแยก และข้อมูลที่ไม่ถูกต้องบนเฟซบุ๊ก และกลุ่มแอปต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อสังคมทั่วโลก "

ก่อนหน้านี้เคยมีการเรียกร้องให้เฟซบุ๊กปรับปรุงระบบแล้ว แต่บริษัทเลือกที่จะให้ความสำคัญกับผลกำไรของบริษัทมาก่อนความปลอดภัยของผู้ใช้งาน ด้วยการคงระบบอัลกอริทึมแบบเดิมเอาไว้


Frances Haugen                                   Photo: CNN


การกระทำเช่นนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับเนื้อหาที่ได้รับความสนใจจากผู้ใช้งาน แม้ว่าเนื้อหานั้น ๆ จะก่อให้เกิดความโกรธแค้น หรือเกลียดชังก็ตาม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมของการแสดงเนื้อหาในหน้านิวส์ฟีด ให้ปลอดภัยกับผู้ใช้งานมากขึ้น จะทำให้ผู้ใช้งานอยู่กับเว็บไซต์น้อยลง คลิกชมโฆษณาน้อยลงและบริษัททำเงินได้น้อยลงตามไปด้วย

ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา Haugen ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อย่างน้อย 8 ครั้ง โดยกล่าวหาว่าบริษัทฯ กำลังซ่อนงานวิจัยเกี่ยวกับข้อบกพร่องของบริษัทจากนักลงทุนและสาธารณชน เธอยังได้แบ่งปันเอกสารดังกล่าวกับ Wall Street Journal ซึ่งตีพิมพ์ผลการสอบสวนซึ่งแสดงให้เห็นว่าเฟซบุ๊ก ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับแอพของตน รวมถึงผลกระทบด้านลบของข้อมูลที่ผิด (Fake News) และข้อมูลที่ทำร้ายสุขภาพจิตของเด็กผู้หญิง โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องรูปร่างบน Instagram

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่ผ่านมา เฟซบุ๊กตัดสินใจเปิดระบบความปลอดภัย เนื่องจากตระหนักถึงอันตรายหลังจากเฟซบุ๊กถูกใช้เป็นเครื่องมือเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ แต่บริษัทกลับปิดระบบดังกล่าวทันทีหลังการเลือกตั้ง ซึ่งอดีตพนักงาน มองว่า การดำเนินการนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุผู้ประท้วงบุกยึดอาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา

ปัจจุบันมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊กในแต่ละเดือนกว่า 2,890 ล้านคน ทั่วโลก

ที่มา  CNN , news.thaipbs

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: