ข่าวล่าสุด

:

วิจารณ์เดือดสหรัฐฯ ไร้มนุษยธรรมท่ามกลางวิกฤตผู้อพยพเฮติ

ตม.สหรัฐ ผู้อพยพเฮติ                         Getty Images

ภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดนขี่ม้าไล่ตามผู้อพยพชาวเฮติ พร้อมกวัดแกว่งสายบังเหียนยาวราวกับแส้กลายเป็นภาพที่ทำให้รัฐบาลของโจ ไบเดน กำลังถูกตั้งคำถามถึงการปฏิบัติต่อผู้อพยพอย่างไร้มนุษยธรรม กลายเป็นอีกวิกฤตที่กำลังรุมเร้ารัฐบาลสหรัฐฯ

เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณใกล้กับแม่น้ำแกรนด์ ริโอ ในรัฐเท็กซัส ซึ่งตามปกติแล้วการขี่ม้าลาดตระเวนชายแดนเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากวิธีนี้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศในบริเวณนั้น

หลังจากภาพนี้ถูกเผยแพร่ในวงกว้างซึ่งมีการนำไปเปรียบเทียบกับการปฏิบัติอย่างโหดร้ายต่อคนผิวดำในประวัติศาสตร์อเมริกัน หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งแก้ปัญหาการใช้กำลังกดขี่ข่มเหงเป็นอันดับแรก


ตม.สหรัฐ ผู้อพยพเฮติ                         Photo : Reuters


เหตุชุลมุนวุ่นวาย เริ่มต้นขึ้นเมื่อผู้อพยพชาวเฮติมากกว่า 13,000 คน ปักหลักอยู่ใต้สะพานในเมืองเดล รีโอ ในรัฐเท็กซัสกับเมืองซิวดัด อากูเนีย ในเม็กซิโก ผู้อพยพบางส่วนข้ามแดนเข้าไปฝั่งเม็กซิโกเพื่อซื้ออาหารให้ครอบครัว เนื่องจากฝั่งสหรัฐฯ ไม่มีอาหารเพียงพอ แต่เมื่อผู้อพยพกลุ่มนี้ จะข้ามกลับเข้าไปในฝั่งสหรัฐฯ จึงถูกตำรวจตระเวนชายแดนสกัดเอาไว้


แดเนียล ฟุต ผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ประจำเฮติ ยื่นหนังสือลาออก เพื่อประท้วงรัฐบาลสหรัฐฯ ในเรื่องนี้ เนื่องจากการส่งตัวผู้อพยพไม่ต่ำกว่า 1,400 คน กลับประเทศต้นทาง ถือเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม

ในขณะที่เฮติ คงไม่สามารถสนับสนุนผู้อพยพหลายพันคนได้ หลังจากประเทศเข้าสู่ภาวะรัฐที่พังทลายแล้ว

สาเหตุของคลื่นผู้อพยพจากเฮติ เป็นผลมาจากความไร้เสถียรภาพภายในประเทศ ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเหตุลอบสังหาร ประธานาธิบดีโจเวเนล โมอีส และเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 10 ปี

   เฮติอ่วม แผ่นดินไหว สังหารประธานาธิบดี โควิด-19 และขาดแคลนอาหาร


ตม.สหรัฐ ผู้อพยพเฮติ                        Photo : Reuters

ผู้อพยพส่วนใหญ่บริเวณพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโก เป็นผู้อพยพจากเฮติ หลังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 7.0 เมื่อปี 2010 ผู้อพยพเหล่านี้อาศัยอยู่ในบราซิลและประเทศในแถบอเมริกาใต้สักระยะ ก่อนที่จะเดินทางขึ้นไปทางตอนเหนือ

สาเหตุหลัก ๆ ของการอพยพ มีตั้งแต่หางานทำเป็นหลักเป็นแหล่งไม่ได้ ไปจนถึงการไม่ได้รับสถานะทางกฎหมาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ผู้นำสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันรอบด้าน จากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกัน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นความท้าทายด้านการเมืองและมนุษยธรรมครั้งใหม่ของรัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งประกาศว่าจะปฏิบัติต่อกลุ่มผู้อพยพและผู้ขอลี้ภัยอย่าง "มีมนุษยธรรม" มากกว่ารัฐบาลชุดก่อนของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ข้อมูลจาก news.thaipbs , BBC Thai

 

 


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: