ข่าวเด่นวันนี้

:

ครม.เห็นชอบ ขึ้นภาษีบุหรี่ มีผลบังคับใช้ 1 ต.ค.นี้

ขึ้นภาษีบุหรี่

ครม.เห็นชอบปรับปรุงอัตราโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่ คาดราคาขายปลีกปรับขึ้น ด้านสรรพสามิต เล็งลงพื้นที่ตรวจเช็คสต็อกที่เหลือทั้งหมด ป้องกันไม่ให้มีการกักตุน หรือ ฉวยโอกาสในการใช้อัตราภาษีเดิม ด้าน ขณะที่ผู้ว่า ยสท. หวั่นลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน หลังปรับภาษีบุหรี่ใหม่ 1 ต.ค.นี้ ส่วนยอดขายช่วงโตวิด-19 ลดลงแค่ 5-6 % นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ ส่วนจะมีการปรับที่อัตราเท่าไหร่ จะแจ้งรายละเอียดอย่างเป็นทางการในช่วง 1-2 วันนี้ หรือภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้


ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ รายงานว่าเพิ่มเติมว่า การปรับอัตราโครงสร้างบุหรี่ใหม่ จะมีการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ การจัดเก็บตามมูลค่าและปริมาณจากเดิมที่เก็บ 20% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 60 บาท และ 40% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 60 บาท และ 1.20 ต่อมวน ส่งผลให้เบื้องต้น มีการคาดไว้ว่า การปรับโครงสร้างอัตราบุหรี่ใหม่ น่าจะทำให้ราคาขายบุหรี่ในท้องตลาดปรับขึ้นซองละ 6-8 บาท

 

ทั้งนี้ การปรับขึ้นภาษีบุหรี่ใหม่ ได้พิจารณาอย่างรอบครอบ เพื่อให้ตอบโจทย์ปัจจัยทั้ง 4 ด้าน ได้แก่1สาธารณสุข 2. ด้านเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 3. ด้านรายได้ของรัฐบาลจะต้องไม่ลดลง และ 4. ด้านการดูแล บริหารจัดการบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ปลอม ขณะที่ วันที่ 30 ก.ย.นี้ กรมสรรพสามิตจะมีการลงพื้นที่ เพื่อเช็คสต๊อกคงเหลือของบุหรี่ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกักตุน หรือ ฉวยโอกาสในการใช้อัตราภาษีเดิม ซึ่งบุหรี่ในสต๊อกคงเหลือทั้งหมด จะต้องใช้อัตราภาษีใหม่ที่จะบังคับใช้ในวันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้น

 

ด้าน นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) กล่าวว่า หากมีการปรับโครงสร้างอัตราบุรีใหม่ ยสท. ก็คงจะต้องทำการปรับราคาสินค้าด้วยเช่นกัน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความเป็นจริงมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จากนั้นจึงจะมีการปรึกษาหารือร่วมกันกับทางคณะด้านราคาต่อไป ส่วนการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือบุหรี่ตัวใหม่ที่มีราคาต่ำ ตนมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบครบ เนื่องจากอาจไมตอบโจทย์ในด้านสาธารณสุข และสังคมตามเจตนารมณ์ของกระทรวงการคลัง

 

ปัจจุบัน กำลังในการผลิตบุหรี่ของการยาสูบแห่งประเทศไทยอยู่ที่28,000 ล้านมวน แต่หากเริ่มใช้ภาษีบุหรี่ใหม่ อาจส่งผลให้การผลิตเหลือเพียง 18,000 ล้านมวนต่อปี รวมทั้งอาจทำให้เกิดการลักลอบนำบุหรี่เถื่อนเข้ามาในประเทศ ขณะที่ยอดขายในช่วงโควิด-19 พบว่า ลดลดเพียง 5-6% เท่านั้น


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: