วิจารณ์หนัง Black Widow แบล็ค วิโดว์

Black Widow

ผู้กำกับภาพยนตร์: Cate Shortland (Somersault, Lore, Berlin Syndrome)

ตัวอย่างภาพยนตร์ Black Widow แบล็ค วิโดว์

Black Widow แบล็ค วิโดว์ เป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลที่จะบอกเล่าเรื่องราวของตัวละคร นาตาชา โรมานอฟ หรือ แบล็ค วิโดว์ ที่ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังจุดกำเนิดของตัวเองเพื่อสะสางเรื่องทั้งหมด พร้อมกับครอบครัว (ปลอมๆ) ของเธอที่พร้อมร่วมเป็นร่วมตายไปด้วยกัน โดยเหตุการณ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้จะอยู่ระหว่างช่วง Captain America: Civil War และ Avengers: Infinity War

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้เอาตามตรงคือน่าผิดหวังครับ ตัวหนังเองดูพยายามทำตามต้นฉบับหนังสายลับสืบสวนมีเงื่อนงำรุ่นพี่อย่าง Captain American: The Winter Soldier แต่สิ่งที่ได้กลับแผ่วกว่ากันมาก คุณภาพแทบทุกด้านต่ำกว่ามาตรฐานหนังมาร์เวลที่ควรจะเป็น ชั้นเชิงการเล่าเรื่องแย่กว่า พยายามนำเสนอแบบหักเหลี่ยมเฉือนคม มีการแก้เกมกัน แต่วิธีการเล่าเรื่องกลับจืดชืด ย้อนกันไปมาอย่างกับหนังเกรดบี ขณะที่เส้นเรื่องก็ยังคงยิงเป็นเส้นตรง มีภารกิจอะไรก็ทำตามนั้นเลย ไม่ได้มีความซับซ้อนน่าสนใจแม้แต่นิด ยิ่งช่วงตอนจบนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ปิดจบได้ทื่อและง่ายสุดๆ จนไม่แน่ใจว่าจะเสียเวลาเล่าเรื่องเกือบสองชั่วโมงก่อนหน้าไปทำไม มีเพียงพาร์ทครอบครัวปลอมๆ เท่านั้นที่น่าสนใจ เป็นส่วนที่มีมวลอารมณ์ที่ดี ครบเครื่องทั้งความหรรษาและความซึ้ง ช่วยให้ตัวละครเหล่านี้น่าจดจำขึ้นมาหน่อย

ด้านฉากแอ็คชั่นนี่ยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนตัวผิดหวังเอามากๆ ยิ่งกว่าเนื้อเรื่อง เพราะเหล่าตัวละครเอกทุกคนหรือแม้แต่ตัวประกอบในหนังเรื่องนี้ล้วนถูกเคลมว่าคือที่สุดของสายลับและนักฆ่า เป็นตัวท็อปของโซเวียต แต่วิธีการต่อสู้กลับดูง่อยและไม่มีชั้นเชิงในการเอาชนะเอาเสียเลย คู่พี่สาวน้องสาวนักฆ่านี่คือวิ่งหนีเป็นงานหลัก บางฉากก็ชนะด้วยการเอาตัวเข้าแลก ทั้งๆ ที่วิธีการก็ดูจะมีอีกตั้งมากมายที่จะชนะได้โดยที่ตัวเองไม่ต้องเจ็บตัว ขณะที่ตัวละคร ‘เรด การ์เดี้ยน’ นี่ยิ่งแล้วใหญ่ เคลมว่าเป็นซูเปอร์โซลเยอร์แบบเดียวกับกัปตันอเมริกา แต่ทั้งเรื่องมีฉากต่อสู้แค่ครั้งเดียว แถมสู้ไม่ชนะอีกต่างหาก ต่อให้เป็นแค่คนตรงๆ สมองทึ่ม แต่มันจะไร้ค่าแบบนี้ก็ไม่ดูดีนัก นี่ยังไม่รวมถึงจังหวะการต่อสู้ประปรายที่ทำให้ผมสงสัยได้เรื่อยๆ ว่าทำไมถึงไม่เลือกทางเลือกที่ดีกว่านี้กันนะ คือนั่นแหละ...ถ้าเป็นธอร์หรือฮัลค์สู้แบบนี้ผมจะไม่ว่าเลย แต่พอเป็นสายลับมือดีอย่างกลุ่มของแบล็ค วิโดว์ นำเสนอชั้นเชิงการต่อสู้ให้ดีกว่านี้หน่อยก็ได้
สิ่งที่ผมชอบที่สุดในหนังเรื่องนี้มีเพียงแค่การได้น้องใหม่ดาวรุ่งอย่าง ฟลอเรนซ์ พิวจ์ (Florence Pugh) มาร่วมแสดงด้วย ซีนอารมณ์ของน้องนี่ผ่านทุกฉาก ส่วนการเล่นฉากแอ็คชั่นก็พอใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้โชว์อะไรเท่าที่ควร เพราะบทดูจะไม่ได้อยากให้เธอเด่นนักในส่วนนี้

Black Widow

โปรดัคชั่นโดยภาพรวม สำหรับเรื่องนี้ก็ดูยิ่งใหญ่ดีครับ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่สมกับทุนสร้าง 200 ล้านเหรียญสหรัฐเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะว่านักแสดงแต่ละคนเป็นเบอร์ใหญ่แห่งยุคหรือเปล่า อาจต้องจ่ายค่าตัวเยอะ แต่ก็นั่นแหละ ผมว่าคุณภาพของความยิ่งใหญ่ที่ได้กลับมาไม่ได้ดูเต็มที่นัก ฉากใหญ่ถล่มทลายตูมตามบ้าพลังให้สมกับเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ในเรื่องน่ะมี แต่มีเพียงแค่ 2 ฉากเท่านั้น ส่วนฉากที่เหลือก็เป็นการต่อสู้ไล่ล่ากันประปราย ส่วนด้านเสื้อผ้าหน้าผมนั้นทำได้ค่อนข้างดีนะ ผมชอบ ทั้งติดตาและดูเหมาะกับทุกคน ขณะที่ด้านวิชวลเอฟเฟ็คนั้นก็นำเสนอออกมาได้เยี่ยม แต่ก็ยังติดตรงมันไม่ได้เนียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะฉากต่อสู้บนฟ้านั้นคุณจะเห็นมาตั้งแต่ตัวอย่างเลยว่าใช้ซีจีช่วยสร้างแบล็ควิโดว์ขึ้น ซึ่งหนังที่ลงเงินไประดับนี้แล้วมันไม่ควรดูปลอม แบบนี้สิครับ

สรุปโดยภาพรวมแล้ว Black Widow แบล็ค วิโดว์ จึงเป็นภาพยนตร์ที่ภาพรวมทำออกมาได้น่าผิดหวัง พยายามทำแบบ Captain America: The Winter Soldier แต่คุณภาพภาพรวมแย่กว่า ชั้นเชิงการเล่าเรื่องแย่กว่า ถึงพยายามทำเรื่องให้ซับซ้อน พยายามทำให้มีการพลิกล็อควางแผนแก้ทางกัน แต่เส้นเรื่องก็เป็นเส้นตรงอยู่ดี ฉากแอ็คชั่นเน้นเล่นใหญ่ มีความหวือหวา แต่ขาดความสดใหม่ ฉากแอ็คชั่นต่อสู้แบบ 1-1 นี่น่าผิดหวัง ไม่ได้เห็นชั้นเชิงของนักฆ่าระดับโลกเท่าที่ควร ตัวละครทุกตัวในเรื่องจืดชืด นอกจากนาตาชาแล้วไม่มีใครน่าจดจำเลย โปรดัคชั่นโดยภาพรวมทำออกมาได้ค่อนข้างยอดเยี่ยม ฉากแอ็คชั่นแต่ละครั้งนั้นระเบิดระเบ้อทำลายสิ่งก่อสร้าง ออกแบบเสื้อผ้าหน้าผมได้น่าสนใจ งานวิชวลเอฟเฟ็คเองทำได้ค่อนข้างดี แต่ยังเก็บงานไม่เนียนเท่าที่ควร...ใครเป็นแฟนสายลับนาตาชา คุณก็คงชอบเรื่องนี้จ้ะ เพราะเธอเด่นอยู่คนเดียวจริงๆ!

ปล.1 ภาพยนตร์จะเข้าดิสนีย์พลัส 6 ตุลาคมนี้แล้ว และเนื่องจากช่วงนี้มีดราม่าว่าโรงภาพยนตร์เครือใหญ่บางแห่งขึ้นราคาตั๋วหนังเรื่องนี้เป็นพิเศษอีก 20 บาท (ผมโดนมากับตัวเลย) โดยให้เหตุผลว่าเป็นหนังฟอร์มยักษ์และมีความยาวกว่าสองชั่วโมง (ซุยไซด์ สควอด ก็ฟอร์มยักษ์และยาวพอกัน ไม่ยักขึ้นราคา) ใครไม่อยากเสียเงินตรงนี้ก็แนะนำให้รอดูแบบสตรีมมิ่งแล้วกันครับ

ปล.2 ภาพยนตร์มีฉากท้ายเครดิต รอดูจนโลโก้สุดท้ายขึ้นได้เลยจ้า

วิจารณ์หนัง/Review by Bombo Aruzo


บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: