วิจารณ์หนัง Beckett ปลายทางมรณะ

วิจารณ์หนั Beckett ปลายทางมรณะ
ผู้กำกับภาพยนตร์: Ferdinando Cito Filomarino (Antonia)
ผู้กำกับภาพ: สยมภู มุกดีพร้อม (ลุงบุญมี ระลึกชาติ, นาคี 2, Call Me by Your Name, Memoria)
ภาพยนตร์เน็ตฟลิกซ์ (Netflix)

ตัวอย่างภาพยนตร์ Beckett ปลายทางมรณะ


Beckett ปลายทางมรณะ เป็นภาพยนตร์ดราม่าระทึกขวัญที่เล่าเรื่องของ ‘เบ็คเกต’ ชายหนุ่มนักท่องเที่ยวชาวอเมริกันที่ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ในประเทศกรีซ เขาเสียแฟนสาวไปในเหตุการณ์นั้น แต่แทนที่จะได้รับความช่วยเหลือ เบ็คเกตกลับต้องหลบหนีสุดชีวิตจากกลุ่มคนปริศนาที่ต้องการสังหารเขา

การเล่าเรื่องสำหรับเรื่องนี้ผมมองว่าเป็นหนังที่ทำออกมาได้กลางๆ ค่อนไปทางดีครับ เพราะหากดูหนังมามาก และเคยผ่านหนังไล่ล่ายุคสี่สิบห้าสิบปีก่อน เรื่อง Beckett ปลายทางมรณะ ผู้กำกับก็ดูจะมีความตั้งใจให้มาทรงนั้นครับ เป็นหนังที่เล่าเรื่องในแนวทางดราม่ามากกว่า เน้นเรื่องของชายธรรมดาคนหนึ่งที่มาอยู่ผิดที่ผิดทาง ดันซวยไปล่วงรู้ความลับบางอย่างเข้า แล้วก็พยายามหาทางเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ ด้วยวิธีการง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ผสมกับความถึกทนนิดหน่อย พอเข้าตาจนก็ต้องต่อสู้กับคนร้ายด้วยความทุลักทุเลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยความที่ตัวเอกสู้ไม่เป็น หนังจึงไม่ได้มีทีท่าเร่งรีบอะไร ค่อยๆ เล่าไปเรื่อยๆ ค่อยๆ คลายปมทีละนิดๆ จนจบเรื่อง เรียกได้ว่าเป็นหนังระทึกขวัญที่มาในรูปแบบที่เราอาจไม่คุ้นชิน ฝรั่งจะเรียกกันว่าเป็นแนว Paranoid Thriller มีความระทึกขวัญหวาดระแวง เป็นแนวหนังที่พยายามชวนให้คนลุ้นและสงสัยคนรอบข้างว่าจะมีใครไว้ใจได้บ้างไหม เรื่องทั้งหมดเป็นอย่างไรพระเอกถึงโดนไล่ล่าทั่วประเทศขนาดนั้น คนชอบก็คงชอบ คนเกลียดก็คงเกลียดไปเลย ซึ่งมันก็เข้าใจได้ เพราะนี่เหมือนเป็นหนังระทึกขวัญตกยุคที่ไม่เหมาะกับช่วงสมัยนี้เท่าไหร่ ใครเบื่อง่าย ใครนอนไม่พอ หลับแน่นอน

ด้านฉากแอ็คชั่นเองก็ไม่ได้ยิ่งใหญ่นัก ซึ่งก็สอดคล้องกับการเล่าเรื่อง Beckett ปลายทางมรณะ ที่บอกไปก่อนหน้า นอกจากฉากปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงกับตำรวจที่มีให้เห็นในตัวอย่าง (ซึ่งพระเอกไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วย) ตัวหนังก็แค่เป็นเรื่องของคนไม่กี่คนไล่ล่ากัน ยิงกันทั้งเรื่องไม่ถึงสิบนัด ส่วนมากเน้นต่อยตีแบบหนึ่งต่อหนึ่งมากกว่า ซึ่งพระเอกก็มักจะล้มลุกคลุกคลานในการต่อสู้ตลอด ตามประสาคนธรรมดาทั่วไป และตามประสาหนังที่ไม่ได้พยายามขายความเวอร์อะไรนัก


Beckett_Actionฉากแอ็คชั่นในเรื่องจะเน้นหนึ่งต่อหนึ่งมากกว่า ต่อยตี วิ่งหนี แค่นั้น


    การถ่ายภาพสำหรับเรื่อง Beckett ปลายทางมรณะ ทำได้อย่างสวยงามเป็นธรรมชาติมากครับ สมชื่อมือกำกับภาพฝีมือฉมังอย่าง ‘สยมภู มุกดีพร้อม’ คนไทยที่ตอนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในคนที่เนื้อหอมในระดับโลกไปแล้ว หากหนังเรื่องไหนต้องการถ่ายหนังด้วยฟิล์มจริงๆ การถ่ายภาพและจัดการเรื่องแสงของพี่สยมภูช่วยให้ตัวหนังได้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้จัดหรือตกแต่งอะไรเลย มีความไหลลื่นไปตามชีวิตและธรรมชาติของตัวละคร มุมกล้องไหลไปตามธรรมชาติของสายตามนุษย์ และช่วยเสริมความกดดันอารมณ์ลุ้นได้ในบางฉาก ตอบโจทย์กับแนวทางของหนังแบบเต็มสูบ

โปรดัคชั่นโดยภาพรวมสำหรับเรื่อง Beckett ปลายทางมรณะ หากกล่าวตามตรงคือไม่ได้โดดเด่นครับ แต่ก็เป็นไปตามเนื้อผ้าว่าตัวหนังนั้นเน้นความสมจริงมากกว่า ไล่ไปตั้งแต่บรรยากาศย่านบ้านนอกที่เต็มไปด้วยป่าเขา ต้นน้ำลำธาร และบ้านหลังเล็กหลังน้อย ไปจนถึงใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยผู้คนและบ้านช่อง แต่ไม่ได้มีตึกสูงเสียดฟ้าให้รำคาญสายตา อันเป็นปกติของประเทศกรีซ และแอบทำให้คิดว่าอีกนิดก็เป็นหนังท่องเที่ยวกรีซได้แล้ว เพียงแต่มีฉากความวุ่นวายจากสถานการณ์คลั่งทางการเมืองผสมอยู่ระหว่างทาง มีฉากผู้ชุมนุมปะทะกับเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน (ที่ใช้แค่กระบอง โล่ และแก๊สน้ำตา) ช่วยให้หนังมีสีสันขึ้น

Beckett_Big
สรุปโดยภาพรวมแล้ว Beckett ปลายทางมรณะ จึงเป็นภาพยนตร์ที่ทำออกมาได้กลางๆ ชวนให้นึกถึงหนังไล่ล่าเก่าๆ ยุคสี่สิบห้าสิบปีก่อน ไม่ได้พยายามสร้างความมันส์ระทึกขวัญ ไม่ขายความเวอร์ อยู่ในแนวทางหนังดราม่าที่พระเอกซวยและหนีเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ พร้อมความอึดถึกทนแค่นั้น ให้ความรู้สึกลุ้นกับพระเอกว่าจะอยู่รอดได้ยังไงและไปถึงเมื่อไหร่ การถ่ายภาพของพี่สยมภูช่วยให้เรื่องเล่ามีความเป็นธรรมชาติ การถ่ายด้วยฟิล์มก็ชวนได้อารมณ์เก่าๆ โปรดัคชั่นโดยภาพรวมทำได้ดี ความใหญ่ของโปรดัคชั่นก็ไม่ได้มากนัก เพื่อเน้นความสมจริงให้เรื่อง ทั้งเรื่องมีฉากใหญ่สุดคือฉากประท้วง (ซึ่งไม่เกี่ยวกับพระเอก) ฉากแอ็คชั่นยิงปืนกันทั้งเรื่องมีไม่ถึงสิบนัด ที่เหลือก็คนต่อยตีกันหนึ่งต่อหนึ่งทั่วไป...ใครชมหนังไล่ล่าแบบเล่าเรื่องช้าๆ ได้ เล่าเรื่องของคนธรรมดาที่พยายามเอาชีวิตรอดไปเรื่อยๆ ไม่ได้เน้นความเวอร์ถล่มเมือง เชิญชมในเน็ตฟลิกซ์ได้เลย!

วิจารณ์หนัง Beckett ปลายทางมรณะ  Review by Bombo Aruzo



บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับขึ้นด้านบน

Thaiza update: